การเฉลิมฉลองครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-ไทย

ในวันที่ 2 มีนาคม 2560 ประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทยได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 160 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

ฝรั่งเศสและสยามเริ่มติดต่อกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 คณะผู้แทนทางการทูตจากสยามได้เดินทางไปเยือนฝรั่งเศสสองคณะ เมื่อพ.ศ.2227 และ พ.ศ.2229 โดยได้รับการต้อนรับจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือ เลอรัว-โซแลย (le Roi-Soleil) ซึ่งหมายถึง สุริยกษัตริย์ ที่พระราชวังแวร์ซายส์ ขณะเดียวกัน คณะทูตของฝรั่งเศสหลายคณะก็ได้เดินทางมาเยือนราชสำนักสยามในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คณะที่มีชื่อเสียงที่สุดนำโดยเชอวาเลียร์ เดอ โชมงต์ (Chevalier de Chaumont) เมื่อพ.ศ.2228

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศได้เปิดความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อพ.ศ.2399 มีการลงนามในสนธิสัญญาทางพระราชไมตรี การค้าและการเดินเรือระหว่างกัน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและจักรพรรดินโปเลียนที่สาม สนธิสัญญาฉบับดังกล่าวรับรอง “ความสงบสุขถาวรและมิตรภาพอันยืนยง” ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส

เคานต์แห่งกัสแตลโน (Le comte de Castelnau) ได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลฝรั่งเศสประจำสยาม และเข้าประจำตำแหน่งที่กรุงเทพมหานคร ในอาคารหลังหนึ่งบนที่ดินของโรงภาษี อาคารดังกล่าวนับเป็นสถานกงสุลใหญ่ฝรั่งเศสแห่งแรก และปัจจุบันได้กลายเป็นทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส

ฯพณฯ เอกอัครราชทูต นายจิลส์ การาชง แสดงความชื่นชมต่อความสัมพันธ์แบบทวิภาคีที่ยาวนานอีกทั้งมีพลวัตและเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของฝรั่งเศสที่จะจรรโลงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับไทยสืบไป

ทั้งนี้ ไทยเป็นหุ้นส่วนอันดับต้นๆ ของฝรั่งเศสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนที่สำคัญทางการค้า (บริษัทฝรั่งเศส 280 แห่งตั้งอยู่ในไทย จ้างพนักงาน 65,000 คน) การท่องเที่ยว (นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสมีจำนวน 730,000 คนต่อปี) ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความร่วมมือทางวัฒนธรรมคือแกนหลักของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ วัฒนธรรมคือเอกลักษณ์ของฝรั่งเศส เทศกาล ลาแฟต (La Fête) ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2546 จะยังคงจัดต่อไปแต่จะมีขึ้นตลอดทั้งปีนับจากนี้

ปัจจุบัน ฝรั่งเศสและไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายเดียวกัน กล่าวคือ มีความจำเป็นเร่งด่วนด้านการศึกษาและนวัตกรรม มีพื้นที่ทอดยาวติดทะเลที่สำคัญ และมีบทบาทสำคัญในฐานะประเทศที่เป็นชุมทางของภูมิภาค

ทั้งสองประเทศเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากประสบการณ์เหมือนกันที่สั่งสมมานาน และต่างมีเหตุผลสมควรยิ่งที่จะทำงานร่วมกัน

ความยั่งยืนของความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นผลจากความผูกพันที่ชาวไทยจำนวนมากมีต่อประเทศฝรั่งเศสและภาษาฝรั่งเศสมาแต่เนิ่นนาน (คนไทย 550,000 คนพูดภาษาฝรั่งเศส) และจากการที่ชาวฝรั่งเศสผู้พำนักอยู่ในราชอาณาจักรร่วม 35,000 คนล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนมิตรภาพในทุกด้าน

ขอให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีการพัฒนา มีความหลากหลาย และมีความรุ่งเรืองจนถึงขีดสุด

ใส่ข้อมูลเมื่อ 17/03/2017

ด้านบนของหน้า