นายฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย [fr]

JPEG

ประวัติ

นายฌัก ลาปูฌเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561 ปัจจุบันอายุ 60 ปี สำเร็จการศึกษาจากสถาบัน Ecole supérieure des sciences économiques et commerciales (ESSEC, ค.ศ. 1978) และเป็นศิษย์เก่าสถาบัน Ecole nationale d’administration (รุ่น Solidarité ค.ศ. 1983) นายฌักเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศมาเลเซียระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2549 ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศแอฟริกาใต้ระหว่าง พ.ศ. 2552 – 2556 ควบคู่กับตำแหน่งเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศเลโซโทระหว่าง พ.ศ. 2553 – 2556 ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศสวีเดน ระหว่าง พ.ศ. 2557 – 2560 นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตกำกับดูแลเรื่องการเจรจาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่าง พ.ศ. 2556 – 2557 ก่อนหน้านั้น เคยปฏิบัติหน้าที่ในประเทศเอธิโอเปีย นครนิวยอร์ก สหประชาชาติ และประเทศญี่ปุ่น

นายฌักยังเคยดำรงตำแหน่งอื่นๆ ณ กรุงปารีส อาทิ รองอธิบดีกรมสหประชาชาติ ที่ปรึกษาด้านยุโรปของประธานาธิบดีฝรั่งเศสระหว่าง พ.ศ. 2542 – 2545 อธิบดีกรมกิจการเศรษฐกิจและการคลัง กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระหว่าง พ.ศ. 2548 – 2550 และที่ปรึกษาด้านการทูตของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสระหว่าง พ.ศ. 2550 – 2552

สารจากเอกอัครราชทูตฯ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

“ เพื่อนร่วมชาติและมิตรชาวไทยที่รัก

ผมเพิ่งเข้ารับตำแหน่งว่าที่เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศนี้ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศไทยที่มีมานานหลายร้อยปีกระชับแน่นแฟ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเดินทางเยือนประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประสบความความสำเร็จด้วยดี ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศมีแนวโน้มสดใสอย่างยิ่ง ชุมชุนชาวฝรั่งเศสในประเทศไทยซึ่งมีจำนวน 40,000 คน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสในประเทศไทย ซึ่งสำหรับผมแล้ว ถือว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดียิ่ง เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้มาเยี่ยมชมอาคารที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตและทำเนียบเอกอัครราชทูตเกือบ 2,000 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในโอกาสวันมรดกยุโรป โดยผู้มาเยี่ยมชมส่วนใหญ่เป็นชาวไทย ทั้งนี้ ผมขอเริ่มหน้าที่ใหม่ด้วยเป้าหมายที่ไม่ซับซ้อนคือ พัฒนาความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานและแนบแน่นในหลากหลายสาขาระหว่างทั้งสองประเทศให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ผมขอขอบคุณชาวฝรั่งเศสในประเทศไทยที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ดังกล่าวและขอขอบคุณชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับประเทศฝรั่งเศส ”

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/07/2019

ด้านบนของหน้า