ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก : ประเด็นเร่งด่วนของฝรั่งเศส [fr]

ในช่วงเวลาที่ประชาคมโลกต้องเผชิญกับผลกระทบจากความไม่แน่นอนและการเพิ่มขึ้นของการดำเนินนโยบายแบบเอกภาคีนิยม (unilateralism) สิ่งที่ฝรั่งเศสต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือการเสนอแนวทางให้เกิดระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจที่มีเสถียรภาพโดยยึดหลักนิติธรรม เสรีภาพในการเคลื่อนที่ และหลักพหุภาคีนิยม (multilateralism) ที่ยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์ดังกล่าว

ภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อความท้าทายระดับโลก

ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มีความสำคัญกับฝรั่งเศสทางด้านภูมิศาสตร์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของดินแดนโพ้นทะเล ได้แก่ เกาะมายอต เกาะเรอูว์นียง หมู่เกาะกระจายในมหาสมุทรอินเดีย ดินแดนฝรั่งเศสใต้และแอนตาร์กติก นิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะวาลิสและหมู่เกาะฟูตูนา เฟรนช์โปลินีเซีย และเกาะคลิปเปอร์ตัน โดยร้อยละ 93 ของเขตเศรษฐกิจตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นที่พำนักของชาวฝรั่งเศส 1.5 ล้านคน และเป็นที่ประจำการของทหารฝรั่งเศส 8,000 นาย
นอกจากนี้ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกยังมีความสำคัญทางด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากศูนย์กลางของเศรษฐกิจโลกได้เคลื่อนจากมหาสมุทรแอตแลนติกไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิก โดย 6 ประเทศสมาชิกจี 20 ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เส้นทางการค้าทางทะเลที่เชื่อมยุโรป อ่าวเปอร์เซีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านมหาสมุทรอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นเส้นทางสำคัญ สัดส่วนการค้าการลงทุนของภูมิภาคดังกล่าวในตลาดโลกที่สูงขึ้นทำให้อินโด-แปซิฟิกกลายเป็นแถวหน้าในโลกยุคโลกาภิวัตน์

เนื่องจากภูมิภาคนี้มีจำนวนประชากรและเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง และมีการบริโภคพลังงานในระดับสูง จึงนับเป็นประเด็นท้าทายสำคัญของโลกในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วิสัยทัศน์ของฝรั่งเศสมีหัวใจหลักอยู่ที่ระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจที่มีเสถียรภาพ

จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้นและจากการที่ฝรั่งเศสสนับสนุนให้เกิดระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจที่มีเสถียรภาพโดยยึดหลักนิติธรรม ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกจึงเป็นประเด็นเร่งด่วนของการทูตฝรั่งเศสและเป็นหุ้นส่วนสำคัญของฝรั่งเศส

โครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของญี่ปุ่น ของออสเตรเลีย และของอินเดีย ตลอดจนความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ซึ่งผลักดันโดยอาเซียน ได้สร้างความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ให้กับฝรั่งเศสและสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 ณ ฐานทัพเรือ Garden Island นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของฝรั่งเศสในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยฝรั่งเศสตั้งเป้าหมายดำเนินบทบาทเป็นมหาอำนาจผู้ไกล่เกลี่ย สร้างเสถียรภาพ โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลายเสาหลัก ได้แก่

  • การมีส่วนร่วมของฝรั่งเศสอย่างแข็งขันในการแก้ไขวิกฤตในภูมิภาค และการสร้างความปลอดภัยแก่เส้นทางเดินเรือทะเลสายหลัก รวมถึงการต่อต้านการก่อการร้าย ลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่ง และองค์กรอาชญากรรม
  • การเสริมสร้างและการเพิ่มพูนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในภูมิภาค โดยเฉพาะกับจีน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่ยังคงต้องมีการแลกเปลี่ยนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งโดยผ่านสหภาพยุโรป ทั้งในกรอบการเจรจาทางการเมืองที่สร้างสรรค์และน่าไว้วางใจ ตลอดจนการกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนทรัพยากรบุคคล รวมถึงกับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อื่นๆ ด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์
  • การเพิ่มบทบาทในองค์การระดับภูมิภาค เพื่อช่วยพัฒนาหลักพหุภาคีนิยม โดยผ่านการกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนซึ่งเป็นองค์การศูนย์กลางให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น รวมทั้งผ่านกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting-Plus : ADMM +) พร้อมกับเพิ่มการมีส่วนร่วมในเวทีที่เกี่ยวข้อง อาทิ หัวหน้าหน่วยยามฝั่งอาเซียน (Heads of Asian Coast Guard Agencies Meeting : HACGAM) สมาคมแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim Association : IORA) และความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อการต่อต้านการกระทำอันเป็นโจรสลัดและการปล้นเรือโดยใช้อาวุธในเอเชีย (Regional Cooperation Agreement on Combating Piracy and Armed Robbery against Ships in Asia Information Sharing Centre : ReCAAP) ตลอดจนเพิ่มการเข้าร่วมในเวทีระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคทุกเวที อาทิ การประชุมประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Island Forum) ซึ่งฝรั่งเศสเป็นประเทศคู่เจรจา องค์การ Pacific Community (SPC) และองค์การ Secretariat of the Pacific Regional Environment Programme (SPREP) ซึ่งฝรั่งเศสเป็นสมาชิกก่อตั้ง
  • ความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสมบัติร่วม (common goods) ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ สาธารณสุข การศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ ในภูมิภาคที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วทั้งในด้านประชากร สังคม และความเป็นเมือง ความมุ่งมั่นดังกล่าวมาพร้อมกับการสนับสนุนของฝรั่งเศสเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของสหภาพยุโรปในภูมิภาค ในฐานะผู้มีบทบาทเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและเพื่อความมีเสถียรภาพ โดยยึดโยงกับยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงระหว่างยุโรปกับเอเชีย (EU-Asia Connectivity Strategy)

การปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : เสาหลักสำคัญของฝรั่งเศส

สำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD) ได้ให้การสนับสนุนโครงการจำนวนมากในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับประเด็นการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงการเหล่านี้ครอบคลุมหลายด้าน อาทิ เมืองยั่งยืน การจัดการน้ำ การวางแผนภาค (regional planning) การปกป้องและส่งเสริมมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม การจัดการปกครองและประสิทธิภาพของรัฐ สวัสดิการสังคม งานที่มีคุณค่า (decent work) และการดูแลสุขภาพ สำนักงาน AFD กำลังเติบโตในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ได้มีการขยายอาณาเขตความรับผิดชอบไปยังประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นหมู่เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบายการพัฒนา ก็ตั้งอยู่ในภูมิภาคแห่งนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังเป็นแถวหน้าในเรื่องการเสนอข้อริเริ่มระหว่างประเทศซึ่งอยู่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อาทิ พันธมิตรพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างประเทศ (International Solar Alliance) ซึ่งก่อตั้งร่วมกับอินเดียเมื่อปี 2561 ข้อริเริ่ม Pacific Initiative for Adaptation and Biodiversity ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสหภาพยุโรป แคนาดา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ในระหว่างการประชุม One Planet Summit 2018 หรือข้อริเริ่ม Climate Risk and Early Warning Systems (CREWS) Initiative เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นหมู่เกาะขนาดเล็ก

ใส่ข้อมูลเมื่อ 26/07/2019

ด้านบนของหน้า